2021 年 4 月 22 日

เรื่องแปลกคนโบราณ

ด้วยวิทยาการปัจจุบันที่ก้าวหน้าไปมาก สิ่งต่างๆ ในยุคสมัยนี้จึงสามารถทำได้ง่ายๆ แต่ถึงอย่างนั้นความลำบากในการใช้ชีวิตของคนยุคก่อนก็เป็นเรื่องน่าสนใจและไม่สามารถลืมได้เลย เพราะความรู้และความเชื่อของคนในยุคก่อนวิทยาศาสตร์จะเจริญนั้นมันทั้งแปลกและน่าลัวไม่น้อย จนต้องบอกว่าพวกเราโชคดีแล้วที่เกิดในศตวรรษที่ 21 ดังนั้นมาพบกับ 12 ความเชื่อและวิทยาการแปลกๆ ในยุคโบราณกัน…

เรื่องแปลก 1. การทำสีผม การทำสีผมในหมู่สาวๆ มีมานานกว่า 3,000 ปีแล้ว <ROYALGOLDEN>แต่เพราะสมัยก่อนไม่มีร้านทำผมและไม่มีน้ำยาย้อมผมที่มีสีมากมายอย่างทุกวันนี้ ดังนั้นสาวๆ ในยุคนั้นจึงสรรหาสารพัดสิ่งของสารพัด<ROYALGOLDEN>เพื่อมาย้อมสีผม ไม่ว่าจะเป็น หัวหอม อบเชย ไปจนถึงกำมะถันและขี้เถ้า เพื่อมาย้อมสีผม และยังต้องใช้เวลานานหลายชั่วโมงท่ามกลางแสดงแดดแผดเผาของดวงอาทิตย์ด้วย แค่จะเปลี่ยนสีผมแต่ละที แค่คิดก็ทรมานแล้ว…

<<ROYALGOLDEN>>

เรื่องแปลก 2. การรัดเท้า เป็นประเพณีที่น่ากลัวและถูกเล่าขานกันมาถึงความเจ็บปวด<ROYALGOLDEN>  แต่ต้องบอกว่าการรัดเท้าให้เป็นรูปดอกบัวนี้เป็นที่นิยมมากในชนชั้นสูง โดยเด็กหญิงชาวจีนจะถูกรัดเท้าตั้งแต่ 4-5 ขวบ <ROYALGOLDEN>เพื่อให้เท้าเล็ก เพราะหากเท้าใหญ่พวกเธอจะถูกพิจารณาว่าเป็นสามัญชน<ROYALGOLDEN>และจะมีปัญหาเมื่อถึงเวลาต้องแต่งงาน แม้ว่าการรัดเท้าจะทำให้เท้าผิดรูปจนน่ากลัว แถมยังส่งผลเสียต่อสุขภาพด้วยก็ตาม

 

<<ROYALGOLDEN>>

เรื่องแปลก 3. หนังสือร้องเรียน การเขียนหนังสือ<ROYALGOLDEN>ร้องเรียนมีมานานแล้วเป็นพันๆ ปี แต่นี่หนังสือร้องเรียนที่มีอายุราว 3,000 ปี แผ่นจารึกนี้เป็นคำร้องเรียนเกี่ยวกับการส่งมอบทองแดงที่ผิดประเภท ลองคิดดูว่า<ROYALGOLDEN>ในสมัยที่ยังไม่มีอินเทอร์เน็ต การร้องเรียนหรือแสดงความคิดเห็นแต่ละเรื่องจะใช้เวลาและความอดทนขนาดไหน

 

<<ROYALGOLDEN>>

เรื่องแปลก 4. ขวดคอแคบเก็บน้ำตา อาจสงสัยว่ามันคืออะไร แต่เจ้าสิ่งนี้ถูกพบมากในสุสานโบราณ<ROYALGOLDEN >น้ำตาของผู้มาร่วมไว้อาลัยแด่ผูู้เสียชีวิตจะถูกเก็บไว้ภายในขวดนี้

 

<<ROYALGOLDEN>>

เรื่องแปลก 5. การรักษาโรคด้วยเวทมนต์และปุ๋ยคอก ซึ่งเราทุกคนรู้ดีว่าปุ๋ยคอกนั้นทำมาจากมูลสัตว์ โดยช่วงก่อนคริสต์ศักราช 1,500 ปี เชื่อว่ามันคือยา ผสานกับมนต์พิธี<ROYALGOLDEN>ในการขับไล่สิ่งชั่วร้ายก็จะทำให้หายจากอาการป่วย

 

<<ROYALGOLDEN>>

เรื่องแปลก 6. การก่อสร้างขนาดใหญ่ ยกตัวอย่างเช่น The Stone of the South ใน Baalbek เป็นหลักฐานแสดงให้เห็นถึงความลำบากขนานแท้<ROYALGOLDEN>ในยุคที่ยังไม่มีเครื่องจักรและใช้แรงงานมยุษย์ล้วนในการยกเจ้าหินขนาดมหึมาที่มีน้ำหนักมากกว่า 1,000 ตันก้อนนี้

 

<<ROYALGOLDEN>>

เรื่องแปลก 7. อำนาจอันไร้ขอบเขตของคนเป็นพ่อ ในสมัยโบราณ<ROYALGOLDEN>พ่อคือบุคคลที่มีอำนาจมากที่สุดในครอบครัว มีสิทธิ์ตัดสินใจทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการแต่งงาน หรือการหย่าร้าง และแม้แต่การตัดสินใจว่าจะให้ทารกแรกเกิดมีชีวิตอยู่ต่อหรือไม่

 

<<ROYALGOLDEN>>

เรื่องแปลก 8. ทดสอบการตั้งครรภ์ เดี๋ยวนี้โลกเรามีวิธีการตรวจง่ายๆ ด้วยชุดตรวจ<ROYALGOLDEN>การตั้งครรภ์ ที่ใช้เวลาไม่กี่นาทีก็รู้ผล แต่ในสมัยก่อนผู้หญิงจะทำการทดสอบ<ROYALGOLDEN>โดยการปัสสาวะใส่กระสอบข้าวสาลีและข้าวบาร์เลย์ ซึ่งถ้าเมล็ดงอกเงย ก็หมายความว่าเธอคนนั้นตั้งครรภ์นั่นเอง หรือใช้การดื่มน้ำผสมน้ำผึ้งก่อนนอน ถ้าท้องโตขึ้นแสดงว่าตั้งครรภ์

 

<<ROYALGOLDEN>>

เรื่องแปลก 9. การรักษาด้วยเลือดเนื้อของมนุษย์ ปัจจุบันการแพทย์เจริญก้าวหน้า มียาและวิธีทางวิทยาศาสตร์รักษาโรคต่างๆ มากมาย แต่ในยุคที่การรักษาต้องลองผิดลองถูก <ROYALGOLDEN>มีการใช้เลือดของมนุษย์ในการรักษาไมเกรนและอาการชัก นอกจากนี้<ROYALGOLDEN>ยังมียาผงที่ทำจากมัมมี่ ซึ่งอ้างสรรพคุณเป็นยาครอบจักรวาลรักษาได้ทุกโรค โดยเป็นที่นิยมอย่างแพร่หลายทั่วโลกมาหลายศตวรรษ ยิ่งไปกว่านั้นคือทุกวันนี้ยังมีผู้ใช้ยาตัวนี้อยู่ด้วย

 

<<ROYALGOLDEN>>

เรื่องแปลก 10. การแสดงความรักต่อแมว เป็นที่รู้กันดีว่าแมว<ROYALGOLDEN>เป็นที่นับถือและถือว่าเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ตามความเชื่อของชาวอียิปต์ โดยมีธรรมเนียมปฏิบัติว่าหากแมวตาย เจ้าของต้อง โกนขนคิ้ว เพื่อไว้ทุกข์เป็นเวลา 70 วัน

 

<<ROYALGOLDEN>>

เรื่องแปลก 11. ชาวอียิปต์มีบทบาทอย่างมากในวิทยาทางการแพทย์ แต่กว่าจะหาวิธีรักษาที่ถูกต้องได้ก็ต้องผ่านวิธีแปลกๆ<ROYALGOLDEN> มาก่อน ตัวอย่างเช่น การรักษาอาการเจ็บปวดต่างๆ ในช่องปากด้วยน้ำยาบ้วนปากชนิดพิเศษที่คิดค้นขึ้นมาโดยเฉพาะ ซึ่งประกอบด้วย เบียร์หวาน รำข้าว และผักชีฝรั่ง แม้แต่วันนี้บางคนก็ยังเลือก “ยา” ชนิดนี้แทนยาแผนปัจจุบันเลยด้วยซ้ำ

 

<<ROYALGOLDEN>>

เรื่องแปลก 12. การดองศพผู้หญิงจะทำหลังผูัชาย ชาวอียิปต์โบราณมักจะดองศพหลังเสียชีวิต หรือที่รู้จักกันดีในชื่อของ ‘การทำมัมมี่’ อยู่แล้ว <ROYALGOLDEN>อย่างไรก็ตามเมื่อผู้เสียชีวิตคือผู้หญิง ร่างของเธอจะถูกปล่อยให้สลายตัวเป็นเวลา 2-3 วัน ก่อนจะถูกนำไปทำตามกระบวนการเก็บรักษา <ROYALGOLDEN>ซึ่งล่าช้ากว่ากระบวนการเก็บรักษาร่างของผู้ชาย เนื่องจากญาติของหญิงที่เสียชีวิตต้องการเลี่ยงไม่ให้ใครมาสัมผัสกับร่างกายของหญิงผู้เสียชีวิต พวกเขาจึงปล่อยให้มันเน่าเปื่อยก่อน

 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

%d bloggers like this: